Category Archives: วิทยฐานะ

18 พฤษภาคม 2556 มีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model)

ผอ.พบเพื่อนครู วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ : การให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model)

สัปดาห์นี้ อยู่ในช่วงการศึกษาดูงาน ตามหลักสูตรพัฒนานักบริหารการศึกษาระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ (นศส.ศธ.) ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่ หาดใหญ่ สงขลา และปาดังเบซา มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา จะได้นำเสนอในโอกาสต่อไปนะครับ ภาระกิจของเราในเรื่องการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คุณภาพสถานศึกษา คุณภาพเขตพื้นที่ทางการศึกษา ตาม SISAKET MODEL ในปีนี้ยังคงต้องมุ่งมันพัฒนาต่อไป ขอพลังความแรงร่วมใจจากทุกท่านด้วย พร้อมทั้ง สพป.ได้ประกาศจุดเน้น เพื่อให้เห็นเป้าหมายการทำงานที่ชัดเจน ปี ๒๕๕๕ แล้ว
ภารกิจสำคัญในการเตรียมนักเรียน คุณครู เตรียมการนำเสนอผลงานวิชาการเพื่อแลกเปลียนเรียนรู้ ในงานศิลปหัตถกรรมระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดชัยภูมิ ในวันที่ ๗-๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ ขอให้ประสานการพัฒนา ขอฝากความหวังในการสร้างความเป็นเลิศไว้กับทุกท่านด้วย
มีคุณครูหลายท่านได้ให้ความสนใจในเรื่องการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ : PTK MODEL ผมได้้ขอความอนุเคราะห์ให้ท่าน ศึกษานิเทศก์ สมโภชน์ หลักฐานสรุปเป็นความรู้มาฝากในเบื้องต้น ดังนี้ครับ
การให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) (Theoretical Knowledge Model : TK, Pedagogical Knowledge : PK)
คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้รับหลักการเพื่อใช้เป็นวิธีการในการประเมินวิทยฐานะอีกรูปแบบหนึ่ง โดยไม่ได้ยกเลิก การประเมิน ตาม ว.๑๗ และ ว.๕
เหตุผลสำคัญที่ให้มีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ ก็เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะคุณภาพผู้เรียน เราทราบกันทุกท่านแล้วว่า เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา มีการกำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษา จึงทำให้เกิดพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การประกันคุณภาพการศึกษา การบริหารงาน การกระจายอำนาจ ทรัพยากรและการลงทุเพื่อการศึกษา การพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา แต่คุณภาพการศึกษาก็ยังไม่บรรลุตามเป้าหมาย สิ่งที่สำคัญที่ยังขาด คือการเชื่อมโยงแต่ละองค์ประกอบ ขาดพลังในการทำงาน ขาดพลังในการพัฒนา การทำงานอย่างเชื่อมโยงในแต่ละองค์ประกอบ จะเป็น“Connected Solution” ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายนั้น ครูผู้สอนจะมีบทบาทที่สำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย โดยผู้บริหารโรงเรียนช่วยส่งเสริมสนับสนุน และปัจจุบันพบว่า ครูผู้สอนยังขาดสมรรถนะทางวิชาการ และสมรรถนะด้านการสอน ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ต้องพัฒนาครูให้มีสมรรถนะทางวิชาการ และสมรรถนะด้านการสอนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนที่ยั่งยืน เมื่อครูมีความเจริญก้าวหน้าทางวิชาชีพ ผู้เรียนก็ต้องเจริญก้าวหน้า มีคุณภาพ เงื่อนไขในการดำเนินการประเมินวิทยฐานะต้องเป็นธรรม
ดังนั้น ในการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ศึกษานิเทศก์) มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) จะเป็นการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) โดยการประเมินความรู้ ความสามารถ ในศาสตร์ของวิชาที่ครูผู้สอนขอวิทยฐานะ และพิจารณาผลการจัดการเรียนรู้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Student Achievement) ซึ่งเป็นผลการสอบระดับชาติที่เกิดจากสมรรถนะจากการสอนของครู (Pedagogical Competency) การประเมินวิทยฐานะแต่ละระดับก็จะใช้เกณฑ์ที่ต่างกัน
ดังนั้น ในการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ศึกษานิเทศก์) มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) จะเป็นการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) โดยการประเมินความรู้ ความสามารถ ในศาสตร์ของวิชาที่ครูผู้สอนขอวิทยฐานะ และพิจารณาผลการจัดการเรียนรู้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Student Achievement) ซึ่งเป็นผลการสอบระดับชาติที่เกิดจากสมรรถนะจากการสอนของครู (Pedagogical Competency) ดังแผนภาพ

การประเมินวิทยฐานะแต่ละระดับก็จะใช้เกณฑ์ที่ต่างกัน แต่มีการประเมินทั้ง ๒ ส่วนระดับชำนาญการ เป็นการประเมิน สมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) ให้ผ่านเกณฑ์ระดับเบื้องต้น และพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(Student Achievement) ของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๕๐
ระดับชำนาญการพิเศษ เป็นการประเมิน สมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) ให้ผ่านเกณฑ์ระดับกลาง และพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(Student Achievement) ของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๖๐
ระดับเชี่ยวชาญ เป็นการประเมิน สมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) ให้ผ่านเกณฑ์ระดับขั้นสูง และพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน(Student Achievement) ของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๗๐ ดังแผนภาพ

ในการประเมินด้านความรู้ จะมีองค์กร หรือหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ และถ้าไม่ผ่านตามเกณฑ์ก็จะต้องเข้ารับการอบรม และมาสอบใหม่

การประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) เป็นการประเมินองค์ความรู้ในศาสตร์ที่คุณครูขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะที่นำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เกณฑ์การผ่าน สมรรถนะวิชาการ ระดับวิทยฐานะชำนาญการ ผ่านเกณฑ์ระดับเบื้องต้น (Basic) ระดับชำนาญการพิเศษ ผ่านเกณฑ์ระดับกลาง (Intermediate) ระดับเชี่ยวชาญ ผ่านเกณฑ์ระดับขั้นสูง (Advance) สำหรับคะแนนการผ่านเกณฑ์สมรรถนะทางวิชาการ แต่ละระดับวิทยฐานะ ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง ในที่นี้จะขอนำเสนอ ตัวอย่างแนวคิดที่เป็นองค์ความรู้ในการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ เช่น
การศึกษาปฐมวัย จะประเมินความรู้ที่เกี่ยวกับ จิตวิทยาพัฒนาการเด็ก สาระการเรียนรู้ตามวัย การจัดกิจกรรมประจำวันและเทคนิคอนุบาล การประเมินพัฒนาการเด็ก การจัดมุมประสบการณ์และเครื่องเลนสนาม ผู้ปกครองศึกษา (Parent Education)
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุศึกษาและพลศึกษา สาขาพลศึกษา จะประเมินที่เกี่ยวกับ ความรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ หลักวิทยาศาสตร์การกีฬาเบื้องต้นกับพลศึกษา ทฤษฎีการเรียนรู้ทางพลศึกษา หลักวิธีการสอนพลศึกษา การวัดประเมินผลทางพลศึกษา จิตวิทยาการกีฬา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา สาขาสุขศึกษา จะประเมินเกี่ยวกับ ความรู้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ หลักวิทยาศาสตร์สุขภาพ/พฤติกรรมสุขภาพ ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสุขศึกษา หลักและวิธีการสอนสุขศึกษา การวัดประเมินผลสุขศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้
การศึกษาพิเศษ จะประเมินเกี่ยวกับ จรรยาบรรณวิชาชีพครู พระราชบัญญัติและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปรัชญาแนวคิดในการจัดการศึกษาการศึกษาพิเศษ การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนตาม Individualized Program (IEP) และสามารถจัดทำแผนการสอนเฉพาะ Individualized Implementation Plan (IIP) การวัดประเมินผลและรายงานความก้าวหน้าของผู้เรียน วิจัยในชั้นเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ระบบการส่งต่อ (Transition) บริบทการทำงานกับนักสหวิชาชีพ (Multi-disciplinary Team) การจัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด (Least Restrictive Environment : LRS)
องค์ความรู้ที่จะใช้ในการประเมินสมรรถนะทางวิชาการที่นำเสนอไว้นี้ เป็นแนวคิดของคณะทำงานที่ได้นำเสนอในการประชุมคณะทำงาน อาจมีการปรับเปลี่ยน กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ก็จะใช้องค์ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ในวิชานั้นๆ ที่เป็นความรู้ของครูผู้สอนในการใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ จะประเมิน Listening Speaking Reading Writing การกำหนดการผ่านเกณฑ์ผ่านสมรรถนะแต่ละระดับ ใช้กรอบอ้างอิงของ CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) ถ้าคุณครูสนใจให้เข้าไปใน “Google” แล้วไปศึกษาเพิ่มเติม จะได้ความรู้เกี่ยวกับ CEFR การประเมินความรู้ของคุณครูผู้สอนภาษาอังกฤษมีเกณฑ์การผ่านแต่ละระดับ คือ

ในส่วนของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน (Student Achievement) จะใช้ผลการสอบระดับชาติ ชำนาญการ พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๕๐ ระดับชำนาญการพิเศษ พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๖๐ ระดับเชี่ยวชาญ พิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนที่ Percentile Rank ที่ ๗๐
สำหรับเกณฑ์การผ่านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณะกรรมการจะได้กำหนดให้เหมาะสม อาจมีการเปลี่ยนแปลง

การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) เป็นแนวทางการประเมินอีกแนวทางหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นการให้ขวัญกำลังใจครูที่มีความมุ่งมั่นในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยการประเมินตาม ว.๑๗ และ ว.๕ ยังใช้ประเมินเหมือนเดิม

คุณครูหลายท่าน คงมีคำถาม “แล้วจะใช้วิธีการนี้เมื่อไร ?” ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ คณะกรรมกรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านบอกว่า วิชาไหนพร้อมให้ดำเนินการได้ก่อนเลย เพราะ ก.ค.ศ. ได้รับหลักการการประเมินโดยการประเมินสมรรถนะ ซึ่งกลุ่มสารการเรียนรู้ที่มีความพร้อม ก็น่าจะเป็น “ภาษาอังกฤษ” เพราะในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ภาษาอังกฤษ ได้มีกิจกรรมอย่างเป็นระบบ หลากหลายรายการที่สอดคล้องกับการประเมินโดยการประเมินสมรรถนะ ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ คณะทำงานแต่ละสาชาวิชาก็ได้เร่งดำเนินการอยู่ คาดว่าในปี ๒๕๕๖ คงได้แนวทางที่ชัดเจนในการนำมาใช้ในการประเมินข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ศึกษานิเทศก์) มีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ
ศึกษานิเทศก์ ทำอย่างไร ? ศึกษานิเทศก์ก็ต้องมีการประเมินสมรรถนะทางวิชาการเช่นเดียวกับครูผู้สอน โดยเพิ่มความรู้ที่เกี่ยวกับการนิเทศการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสาขานั้นๆ และพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด

สรุป…..การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยการประเมินสมรรถนะ (TPK Model) เป็นการประเมินสมรรถนะทางวิชาการ (Academic/Theoretical Competency) โดยการประเมินความรู้ของผู้ขอรับการประเมินในสาขาวิชาที่ขอรับการประเมินให้ได้ตามเกณฑ์ในแต่ละระดับวิทยฐานะ และพิจารณาผลการจัดการเรียนรู้จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Student Achievement) ซึ่งเป็นผลการสอบระดับชาติที่เกิดจากสมรรถนะจากการสอนของครู (Pedagogical Competency) พร้อมเขียนรายงานกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ๒๐ หน้า ไม่ต้องมีการเขียนรายงานวิจัย หรือการพัฒนานวัตกรรม ไม่มีคณะกรรมการเพื่อตรวจผลงานทางวิชาการ เหมือน ว.๑๗ คุณครูท่านใดสนใจเตรียมพร้อมได้เลย จะนำความเคลื่อนไหวมานำเสนอในโอกาสต่อไป เป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่านที่มีความตั้งใจในการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

สวัสดีครับ
ชอุ่ม กรไกร
ผอ.สพป.ศก.๑

ที่มา  http://www.sisaketedu1.go.th/dd_detail.php?id=0064

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.